Thai Teachers TV Blog | สมัครสมาชิก | ติดต่อโทรทัศน์ครู
ครูบูช
ปฏิทิน
<< พฤษภาคม 2555>>
อา.จ.อ.พ.พฤ.ศ.ส.
293012345
6789101112
13141516171819
20212223242526
272829303112
เรื่องล่าสุด
 
เมื่อต้องหยุดแล้วย้อนกลับ
วันที่ 10 พฤษภาคม 2555
โดย ครูบูช

   สวัสดีครับเพื่อนครู ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนตลอดเลยนะครับ ดูแลสุขภาพด้วยนะครับ ใกล้เปิดภาคเรียนกันอีกแล้ว คงยุ่งกับการวางกำหนด เตรียมสาระ วางแผนการสอนกันอยู่เลยใช่หรือเปล่าครับ
    ผมก็กำลังเตรียมตัวอยู่เหมือนกันแต่คราวนี้เป็นที่ทำงานใหม่ครับ เอ จะว่าใหม่ก็ไม่ใหม่นะครับ เพราะผมเคยทำอยู่ที่นี่มาเกือบ 10 ปีแล้วครับ 2 ปีที่ผ่านมาก็ไปหาประสบการณ์กับโรงเรียนสังกัดท้องถิ่นมาครับ ได้เยอะมาก ทั้งความรู้และประสบการณ์ที่ดี และไม่ดี (เป็นประสบการณ์ที่ได้รับนะครับไม่ได้มีเจตนาจะว่าใครครับ)
   เรื่องประสบการณ์บางท่านอาจบอกว่ามันเป็นเรื่องที่ไม่น่าจดจำสำหรับประสบการณ์แย่ๆ แต่ทางกลับกัน ผมคิดว่าประสบการณ์แย่ๆนี่แหละครับที่ทำให้ผมใช้สมองมากขึ้น คิดมากขึ้น รู้จักการลด ละ เลิก ปล่อยวาง หยุด และกลับ
    การที่ได้ไปเจอสิ่งใดนั้นถือเป็นกำไรชีวิต อยู่ที่ว่ากำไรที่ได้มามีค่าที่ใช้ประโยชน์ได้เลย หรือต้องนำมาขัดเงา แล้วรอวันใช้ประโยชน์อย่างเหมาะสม การตัดสินใจเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมาทำให้ชีวิตชีวาขาดหายไปเกือบหมด ต้องมาแบกรับเอาความสดใหม่ทุกอย่าง ถึงตั้งใจที่จะสู้ จะพยายามก็ไม่เป็นผล ทุกครั้งที่ลงมือสู้ก็มักจะมีสิ่งขัดขวางมากบ้างน้อยบ้างตามกำลัง แต่สุดท้ายนั้นมันก็ผ่าน แล้วก็เริ่มใหม่อีกครั้ง จนบางทีรับไม่ได้ เพราะมากมายจนเกินเหตุ เปิดประเดินก็พาเข้าวังวนแห่งความอึดอัดซะแล้ว แต่สิ่งเหล่านี้แหละครับที่ทำให้ผมรู้ว่า คุณค่าของตัวเองยังมีอยู่เมื่อไปดูไปปรึกษากับผู้มีคุณ ที่เปิดประตูรับเราอยู่ตลอดเวลาผมเลยหยุดแล้วคิด เมื่อชีวิตไปเจอทางแยก ต้องหยุดคอยแยกการตัดสินใจ ถ้าตรงไปก็ไปต่อความคิดท้อก็มากขึ้น ความกดดันก็หนักอึ้ง แถมท้ายด้วยการชิงดีชิงเด่นก็มโหฬาร ถ้าเลี้ยวขวาก็ไปที่ใหม่ต้องลองตัดสินใจดูอีกครั้งว่าถ้าไปที่ใหม่แต่องค์กรเหมือนกันประสิทธิภาพก็คงเหมือนเดิมคือต้องเผชิญกับการแก่งแย่ง มันไม่น่าชื่นชมเลยกับอาชีพครู ที่จะมุ่งสู่ความเป็นครูมืออาชีพ ถ้าไปทางนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับตรงไป เหลือสุดท้ายคือเลี้ยวซ้าย ซึ่งเป็นทางย้อนกับไปตั้งต้น ไปเริ่มค้นหาความเป็นครูที่มีอยู่ในหัวใจ ตอนคิดไปก็คิดมากคิดว่าแล้วที่เก่าเขาจะต้อนรับไหม เขาจะดูถูกใหม่ แต่ความคิดก็หายไป เพราะได้กำลังใจจากหลายคน มีหนึ่งคำพูดที่ได้มา “ถ้ามันหนักนักก็กลับมาเถิด ที่นี่เปิดรับเสมอ ที่เป็นที่เกิดของเธอเหมือนบ้านที่เมื่อเธอล้าก็กลับมา” เมื่อฟังแล้วก็คิดตัดสินใจ ย้อนทางกลับไปอย่างไม่ช้าที เพราะที่นี่คือบ้าน คือที่เกิด โรงเรียนศรีวิทยา บางวัว บางปะกง ฉะเชิงเทรา ยิ่งวันกลับมา ไม่มีใครว่าแม้แต่น้อย มีแต่คนยินดีต้อนรับ มีแต่คนทักว่าดีใจที่กลับมา ที่นี่คงที่สุดท้ายสำหรับอาชีพครู เพราะไม่มีอะไรที่จะมาฉุดให้ผมไปไหนแล้ว นอกซะจากเขาเห็นว่าเราหมดความจำเป็น ก็ว่ากันไป แต่ดีใจครับที่ได้กลับมาบ้านเกิด บ้านเกิดในที่นี้คือการได้เริ่มชีวิตใช้คำว่าครูอยู่ที่นี่ เป็นที่แรก เมื่อเกือบ 10 ปีที่แล้ว แล้วตอนนี้ก็จะใช้คำว่าครูอยู่ที่นี่ จนกว่าชีพของครูจะหมดไป
    เมื่อกลับมาหน้าที่ก็เริ่มต้นแต่กลับยังไม่คุ้นกับการที่หายไป ต้องค่อยๆ ปรับใจ ปรับตัว ปรับทัศนกลับมา แต่ก็ดีที่ว่ามาปุ๊บ ได้อบรมปั๊บ เรื่องแรกที่ได้เข้า ก็เรื่องที่เราขาดหายไป 2 ปี การทำงานเป็นทีม ไม่น่าเชื่อว่าจะตรงกับความต้องการ ที่ใช้ปรับสภาพจิตใจ สภาพร่างกาย ให้คุ้นชินกับการกลับมา ทำงานเป็นทีมอย่างมีความสุข อบรมแบบสนุกแต่ได้ทักษะทั้งชีวิต คำบอกที่วิทยากรให้ไว้จำคือ “เปลี่ยนความคิด ชีวิตก็เปลี่ยน” โดยคุณสมบัติ พิกุลทอง นักจัดกิจกรรมกลุ่ม อบรมแค่ 1 วัน ทำให้เรามั่นใจว่า พวกเขายังไม่ทิ้งเรา พวกเพื่อนยังเป็นเพื่อน ความอบอุ่นในการทำงานยังมีอยู่แน่นอน



    การอบรมเริ่มด้วย การให้ใช้ความคิด และการทำงานเป็นกลุ่มตั้งแต่ 2 คน ไม่ว่าจะความไว้ใจโดยการรับเพื่อนที่ล้มตัวลงมาด้านหลัง การช่วยเหลือกันในการยืนขึ้นด้วยเชือก การสร้างรูปทรงต่างๆ ตามคำสั่งโดยใช้เชือก ความสมดุลของร่างกายของเรากับของเพื่อนโดยการทำสามเหลี่ยมหัวกลับ การแสดงความกล้า และความมั่นใจในตัวเพื่อนโดยการปล่อยตัวจากหอสูงประมาณ 2 เมตร ลงสู่ตาข่ายที่มีเพื่อนรองรับอยู่ สิ่งต่างๆ ทำให้เกิดการเรียนรู้ที่จะทำงานเป็นทีม เรียนรู้ที่จะไว้ใจ และเรียนรู้ที่จะรักคนในองค์กรของตัวเอง


    การอบรมคราวนี้สนุก อบอุ่น ได้แง่คิด และที่สำคัญมีความสุขครับ กับการที่ได้กลับมาอบรมกับเพื่อน ครอบครัว และสถานที่ผมเรียกว่าบ้าน โรงเรียนศรีวิทยา

ครูบูช็ไป



แสดงความคิดเห็น

* กรุณา Login เพื่อแสดงความคิดเห็น *